Releases

สัญญาณที่มีความหมาย คือการเชื่อมชีวิตผู้คน . . . ด้วยความใส่ใจ ทรูนำสัญญาณมือถือสู่บ้านเลาสูนอก เปิดประตูคุณภาพชีวิตยกระดับเศรษฐกิจครัวเรือนชุมชนชายขอบดอยลำปาง

20 มกราคม 2569

Krittiya Yangyuen

Krittiya Yangyuen


เพราะสัญญาณจะไม่มีความหมาย หากไม่สามารถเชื่อมชีวิตผู้คนได้อย่างแท้จริง

20 มกราคม 2569 – ทรู คอร์ปอเรชั่น เดินหน้าขยายโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ลดช่องว่างการเข้าถึงการสื่อสารในพื้นที่ห่างไกล เชื่อมชีวิตผู้คนในทุกพื้นที่ของประเทศ ล่าสุดติดตั้งและเปิดใช้งานสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้กับบ้านเลาสูนอกหมู่บ้านเล็กๆ กลางขุนเขา ซึ่งไม่เคยมีสัญญาณมือถือเข้าถึงมาก่อน นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการผลักดันความเท่าเทียมทางดิจิทัล และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนชุมชนชาติไทยอาข่าและเมี่ยนในพื้นที่ชายขอบของประเทศ

บ้านเลาสูนอกเป็นหมู่บ้านขนาดเล็ก มีเพียงราว 20 หลังคาเรือน ประชากรประมาณ 60 คน ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ ตั้งอยู่ท่ามกลางภูมิประเทศภูเขาและป่าไม้ การเดินทางต้องใช้ถนนคดเคี้ยวบนดอยสูง ความสงบเรียบง่ายคือวิถีชีวิตของผู้คนที่นี่ แต่ความห่างไกลกลับหมายถึงข้อจำกัดด้านการติดต่อสื่อสารอย่างยาวนานร่วม 31 ปีตั้งแต่ปักหลักเป็นหมู่บ้าน

ที่ผ่านมา การโทรศัพท์เพียงครั้งเดียวไม่ใช่เรื่องง่าย ชาวบ้านต้องเดินขึ้นที่สูงหรือออกไปยังหมู่บ้านอื่นที่ห่างไกล เพียงเพื่อให้โทรศัพท์มือถือใช้งานได้ เพื่อพูดคุยไม่กี่นาที การติดต่อโรงพยาบาล หน่วยงานรัฐ หรือแม้แต่การพูดคุยกับลูกหลานที่ไปทำงานต่างถิ่น ล้วนต้องอาศัยจังหวะและโชค สำหรับชุมชนแห่งนี้ การไม่มีสัญญาณมือถือไม่ใช่แค่ความไม่สะดวก แต่คือความเสี่ยงในยามเจ็บป่วย เหตุฉุกเฉิน และการพลาดโอกาสทางการศึกษาและการประกอบอาชีพ

วันที่สัญญาณทรูมาถึง คือวันชีวิตเริ่มเปลี่ยน

เมื่อทีมงานทรู คอร์ปอเรชั่น เข้าติดตั้งเสาสัญญาณและเปิดใช้งานเครือข่ายมือถือเป็นครั้งแรก สิ่งแรกที่เปลี่ยนไปไม่ใช่แค่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูง แต่คือ “การโทรเข้า–รับสายได้ทันทีจากที่บ้าน” โทรศัพท์ดังขึ้นโดยไม่ต้องเดินออกจากหมู่บ้าน เสียงปลายสายชัดเจน การติดต่อที่เคยต้องรอ กลายเป็นเรื่องที่ทำได้ในทันที

ทีมเน็ตเวิร์กของทรู คอร์ปอเรชั่นนำโดย นายธงชัย ขวัญพุฒ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาโครงข่ายและการปฏิบัติงานภาคสนาม ได้นำทีมติดตั้งและทดสอบสัญญาณอย่างมั่นใจ พร้อมสาธิตการใช้งานจริงด้วยการวิดีโอคอลระหว่างชาวบ้านกับผู้บริหารของทรู คอร์ปอเรชั่น ได้แก่ นายซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม, นายคูรัม อัชฟาค หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเครือข่าย และ นายมนัสส์ มานะวุฒิเวช หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านประสบการณ์ลูกค้าและธุรกิจรีเทล เพื่อสร้างความมั่นใจว่าชุมชนแห่งนี้สามารถเชื่อมต่อกับทุกที่ในโลกได้

สัญญาณมือถือส่งมอบความปลอดภัยและยกระดับคุณภาพของชีวิตที่สัมผัสได้

เมื่อการโทรศัพท์ไม่ใช่อุปสรรคอีกต่อไป การแจ้งเหตุฉุกเฉิน การติดต่อโรงพยาบาล หรือการขอความช่วยเหลือสามารถทำได้รวดเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อินเทอร์เน็ตที่มาพร้อมกับสัญญาณมือถือ ช่วยให้ชาวบ้านเข้าถึงข่าวสาร ก้าวทันโลก และไม่ถูกตัดขาดจากสังคมภายนอกเหมือนในอดีต

จากผืนป่า สู่กาแฟ สู่รายได้ของชุมชน

ชาวบ้านเลาสูนอกส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรปลูกกาแฟเป็นหลัก ควบคู่กับการดูแลและฟื้นฟูผืนป่า เพื่อให้ทรัพยากรธรรมชาติยังคงอยู่และสร้างรายได้อย่างยั่งยืน เมื่อมีสัญญาณมือถือ การทำเกษตรไม่ได้จำกัดอยู่แค่พื้นที่ไร่สวนอีกต่อไป เกษตรกรสามารถติดต่อผู้รับซื้อโดยตรง ติดตามราคาผลผลิต สื่อสารกับลูกค้า และเริ่มทำการค้าผ่านโทรศัพท์มือถือได้ด้วยตนเอง

นอกจากนั้นโลกอินเทอร์เน็ต ยังทำให้พวกเขาสามารถค้นคว้าหาข้อมูล เพิ่มพูนความรู้ในการพัฒนาการปลูกกาแฟให้ดีขึ้น

หมู่บ้านแห่งนี้ยังรวมตัวกันจัดตั้ง กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกกาแฟบ้านเลาสูนอก เพื่อพัฒนาคุณภาพกาแฟ เพิ่มมูลค่า และนำรายได้กลับคืนสู่ชุมชน การมีสัญญาณมือถือจึงไม่ใช่เพียงการติดต่อ แต่คือเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้การประกอบอาชีพมีประสิทธิภาพ มีตลาด มีทางเลือก และมีอนาคตที่ชัดเจนมากขึ้น

โอกาสของเด็กๆ สู่อนาคตที่เริ่มชัดเจน

สำหรับเด็กๆ ในหมู่บ้านเลาสูนอก สัญญาณมือถือคือประตูบานใหม่ของการเรียนรู้ จากวันที่การศึกษาอยู่เพียงในห้องเรียนเล็กๆ วันนี้พวกเขาสามารถค้นคว้าเรียนออนไลน์ ดูคลิปการสอน ส่งการบ้าน และเข้าถึงแหล่งความรู้จากโลกภายนอกได้ เด็กหลายคนเริ่มพูดถึง “ความฝัน” อย่างจริงจัง และมองเห็นเส้นทางชีวิตที่กว้างขึ้นกว่าเดิม

แนวคิดจากทรู สู่ความเท่าเทียมทางดิจิทัล

นายคูรัม อัชฟาค หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเครือข่าย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ทรูให้ความสำคัญกับการลดช่องว่างดิจิทัลและสร้างความเท่าเทียมกับทุกคนอย่างจริงจัง เรามุ่งมั่นขยายโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลไปยังพื้นที่ชนบท พื้นที่ห่างไกล และพื้นที่ชายขอบของประเทศ สำหรับบ้านเลาสูนอก เราได้นำคลื่น 900 MHz ซึ่งเป็นคลื่นความถี่ย่านต่ำที่มีประสิทธิภาพสูง ด้วยคุณสมบัติการครอบคลุมที่กว้างและเหมาะกับภูมิประเทศดอยและหุบเขา ทำให้ชุมชนที่เคยขาดโอกาสสามารถเข้าถึงการสื่อสารและอินเทอร์เน็ตได้ เราจะเดินหน้าพัฒนาสัญญาณทั้งในเมืองและชนบท เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงโลกดิจิทัลได้อย่างเท่าเทียม”

งานวิจัยของธนาคารโลก (World Bank) และรายงานหลายฉบับระบุว่า การเพิ่มการเข้าถึงบรอดแบนด์หรืออินเทอร์เน็ตความเร็วสูง มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยพบว่าการเพิ่มการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตทุกๆ 10% สามารถช่วยให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) เติบโตเพิ่มขึ้นราว 0.25–1.4% ในหลายประเทศทั่วโลก

การขยายโครงข่ายของทรู คอร์ปอเรชั่นไปยังพื้นที่ชนบทและพื้นที่ห่างไกล เช่น บ้านเลาสูนอก จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มสัญญาณสื่อสาร แต่เป็นการลงทุนเพื่อปิดช่องว่างดิจิทัลและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจในระยะยาว โดยมุ่งให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงบริการดิจิทัลและในราคาที่เข้าถึงได้ สอดคล้องกับแนวคิด “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” และการพัฒนาประเทศอย่างทั่วถึง

เสียงจากชุมชน เมื่อโอกาสมาถึง

นายสมชัย พงศ์ธัญวลัย ชาวบ้านเลาสูนอก กล่าวว่า “วันนี้ดีใจมากที่บ้านเลาสูนอกมีสัญญาณมือถือใช้แล้ว เมื่อก่อนลำบากมาก ถ้ามีเหตุฉุกเฉินจะโทรหาหมอก็ทำไม่ได้ ต้องเดินขึ้นดอยหรือไปหมู่บ้านอื่น แต่ตอนนี้โทรได้จากที่บ้านเลย สะดวกขึ้นมาก พอมีมือถือกับอินเทอร์เน็ต เราอ่านข่าว รู้เรื่องข้างนอก หาความรู้เรื่องการทำไร่ทำสวนได้ ทำมาหากินง่ายขึ้น โทรหาพ่อค้า เช็กราคา คุยต่อรอง หรือขายของผ่านมือถือเองก็ได้ มือถือไม่ใช่แค่เอาไว้โทรคุย แต่มันช่วยให้ชีวิตดีขึ้น อาชีพดีขึ้น และทำให้เรามองเห็นอนาคตที่ดีขึ้นจริงๆ”

จุดเริ่มต้นของโอกาสที่กว้างขึ้น

สำหรับบ้านเลาสูนอก สัญญาณมือถือไม่ใช่เพียงเทคโนโลยี แต่คือจุดเริ่มต้นของคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น และโอกาสใหม่ ๆ ในการเรียนรู้และประกอบอาชีพ การเชื่อมต่อที่ไม่สะดุดช่วยให้การเรียน การทำงาน การดูแลสุขภาพ และการใช้ชีวิต เต็มไปด้วยความหวังและความมั่นใจมากกว่าเดิม

ในวันที่โทรศัพท์ดังขึ้นโดยไม่ต้องเดินหาสัญญาณอีกต่อไป ชาวบ้านเลาสูนอกรู้ดีว่า การเชื่อมต่อเล็กๆ นี้ กำลังพาพวกเขาไปสู่โอกาสที่กว้างขึ้นกว่าเดิม